ตัวอย่าง MCP แบบครบขั้นตอน

การวิเคราะห์ DataGlass 6 เรื่องพร้อม prompt ลำดับเครื่องมือ หลักฐานตัวอย่าง คำตอบ และรายการตรวจคุณภาพ

ตัวอย่างเหล่านี้แสดงวิธีที่ผู้ช่วยควรเปลี่ยนคำถามธุรกิจเป็นการวิเคราะห์ DataGlass ที่ตรงประเด็น แต่ละเรื่องเริ่มจากคำถามของผู้ใช้ กำหนดขอบเขตที่ต้องใช้ เรียกเฉพาะเครื่องมือที่จำเป็นต่อหลักฐาน และจบด้วยคำตอบที่ช่วยให้ตัดสินใจได้

ชื่อร้าน รหัส วันที่ และจำนวนเงินทั้งหมดในหน้านี้เป็นตัวอย่าง ไม่ใช่ข้อมูลจากบัญชี DataGlass จริง ผู้ช่วยที่เชื่อมต่อแล้วจะได้รับเฉพาะข้อมูลที่ผู้ใช้ซึ่งลงชื่อเข้าใช้มีสิทธิ์เข้าถึง

วิธีอ่านแต่ละตัวอย่าง

แต่ละตัวอย่างมี 5 ส่วน:

  1. ใช้เมื่อใด อธิบายการตัดสินใจและ baseline ที่ควรเปรียบเทียบ
  2. Prompt พร้อมคัดลอกและปรับใช้
  3. ลำดับเครื่องมือ แสดงขั้นตอนที่เล็กที่สุดแต่เพียงพอ พร้อมเหตุผลของแต่ละ call
  4. คำตอบตัวอย่าง สาธิตลำดับเนื้อหา caveat และขั้นตอนต่อไป
  5. รายการตรวจคุณภาพ ช่วยประเมินว่าผู้ช่วยตอบอย่างน่าเชื่อถือหรือไม่

เครื่องมือจะส่ง exact input schema ให้ผู้ช่วยที่เชื่อมต่อ ณ runtime ตารางด้านล่างจึงเน้นเจตนาทางธุรกิจ รหัสร้านและ region ต้องมาจากผล discovery เสมอ ห้ามคัดลอกจากตัวอย่าง

1. ตรวจสุขภาพร้าน 30 วัน

ใช้เมื่อใด

ใช้ตอนเริ่ม weekly review หรือเมื่อต้องการรู้ว่าร้านมีเรื่องเร่งด่วนหรือไม่ก่อนเลือกวิเคราะห์ต่อ เปรียบเทียบ 30 วันที่เลือกกับ 30 วันก่อนหน้าทันทีเพื่อให้ช่วงมีระยะเท่ากันและเห็นบริบทตามเวลา

Prompt

ตรวจสุขภาพร้าน Bangkok Home Studio บน Shopee สำหรับ 30 วันที่ผ่านมา เทียบกับ
30 วันก่อนหน้าทันที เริ่มด้วยข้อสรุปหนึ่งประโยค แล้วแสดงกำไรที่เกิดขึ้นจริง
GMV, margin, COGS coverage และสินค้าที่ขาดทุน จัดอันดับความเสี่ยงสำคัญไม่เกิน
3 รายการ ระบุวันที่จริงและสกุลเงิน THB พร้อมติดป้ายผลที่ใช้ COGS ที่อนุมาน

ลำดับเครื่องมือ

ขั้นเครื่องมือเหตุผลที่เรียกหยุดหรือทำต่อ
1list_shopee_shopsค้นหา shopId, region, ชื่อร้าน และ timezone ที่บัญชีมีสิทธิ์หากไม่พบร้าน ให้หยุดและอธิบายอย่างชัดเจน
2diagnose_shopอ่าน headline, KPI delta, COGS coverage, loss-makers และ signal สำหรับช่วง 30 วันปกติเพียงพอสำหรับคำตอบแรก
3suggestedTool ของ signalยืนยัน warning สำคัญหนึ่งเรื่อง เช่น สินค้าหรือโฆษณาเรียกเมื่อหลักฐานมีผลต่อข้อสรุปหรือผู้ใช้ขอรายละเอียด

ผู้ช่วยไม่ควรเรียก endpoint การเงินและสินค้าทุกตัวหลัง diagnose_shop คำถามสุขภาพร้านแบบย่อถือว่าสมบูรณ์เมื่อ headline และความเสี่ยงหลักมีหลักฐานรองรับ

คำตอบตัวอย่าง

Bangkok Home Studio ต้องได้รับการตรวจสอบ: กำไรที่เกิดขึ้นจริงลดลง 8.4% เหลือ ฿136,420 ระหว่าง 17 มิถุนายน–16 กรกฎาคม ขณะที่ GMV แทบไม่เปลี่ยนที่ ฿928,600 (+0.7%)

  1. Margin ลดลง — warning Weighted margin ลดจาก 16.8% เป็น 14.7% (−2.1 percentage points) สินค้า margin ต่ำ 2 รายการอธิบายการลดลงของกำไร 71%
  2. สินค้าขาดทุน — warning สินค้า 6 รายการขาดทุนรวม ฿9,840 โดยรายการที่แย่ที่สุดขาดทุน ฿5,120
  3. ความมั่นใจของ COGS — ควรตรวจ Explicit COGS ครอบคลุม 82% ของ GMV อีก 18% ใช้ต้นทุนที่อนุมาน กำไรระดับสินค้าในส่วนนั้นจึงเป็นค่าประมาณ

จำนวนออเดอร์คงที่ สาเหตุหลักในตอนนี้จึงเป็น product mix มากกว่า demand ควรตรวจสินค้า 2 รายการที่กระทบกำไรติดลบก่อน ไม่มีข้อมูลร้านใดถูกเปลี่ยน

รายการตรวจคุณภาพ

  • ข้อสรุปอยู่ก่อนรายละเอียดและใช้กำไรที่เกิดขึ้นจริง ไม่ใช่ payout
  • ช่วงปัจจุบันและช่วงเปรียบเทียบมีระยะเท่ากันและระบุชัดเจน
  • แสดงทั้งทิศทางและขนาดการเปลี่ยนแปลง โดยการเปลี่ยน margin ใช้ percentage points
  • ติดป้าย COGS ที่อนุมานแทนการนำเสนอเป็นค่าที่แม่นยำ
  • ตามเฉพาะ signal สำคัญที่จำเป็นต่อคำตอบ

2. อธิบายว่าทำไมกำไรลดลง

ใช้เมื่อใด

ใช้เมื่อกำไร ยอดขาย หรือ margin เปลี่ยนโดยไม่คาดคิด และต้องการสาเหตุที่จัดอันดับแล้วแทนภาพรวม dashboard อีกชุด ตัวอย่างนี้ใช้ Lazada เพื่อแสดงว่า unified diagnosis สามารถต่อไปยังหลักฐานการเงินและสินค้าของแต่ละแพลตฟอร์มได้

Prompt

ทำไมกำไรที่เกิดขึ้นจริงของ Northstar Living บน Lazada จึงลดลงในเดือนนี้
จนถึงปัจจุบัน เทียบกับช่วงก่อนหน้าที่มีจำนวนวันเท่ากัน จัดอันดับสาเหตุตาม
ผลกระทบต่อกำไร แยก product mix, ค่าธรรมเนียม, โฆษณา, COGS ที่หาย และ
ออเดอร์ที่ยังไม่ settle แสดงเฉพาะสินค้าเท่าที่จำเป็นต่อข้อสรุป

ลำดับเครื่องมือ

ขั้นเครื่องมือหลักฐานที่ได้
1list_lazada_shopssellerId และ region ของ Northstar Living ที่มีสิทธิ์เข้าถึง
2diagnose_shopทิศทางกำไร GMV, margin, ออเดอร์ COGS coverage และ signal ที่จัดอันดับแล้ว
3get_lazada_financial_overviewP&L รวม การเปลี่ยนแปลงต้นทุน loss-makers และช่วงเปรียบเทียบ
4rank_lazada_products_by_profitสินค้าที่มีผลบวกและลบต่อกำไรรวมมากที่สุด
5get_lazada_product_breakdownsรายละเอียดเฉพาะสินค้าที่เป็นสาเหตุลบหลัก

หาก diagnose_shop แสดงว่า unit economics คงที่แต่มี warning เรื่อง settlement timing ผู้ช่วยสามารถหยุดก่อนดึงข้อมูลสินค้า และอธิบายว่าเหตุใดช่วงล่าสุดยังไม่สมบูรณ์

คำตอบตัวอย่าง

กำไรที่เกิดขึ้นจริงลดลง ฿24,140 (−13.6%) ในเดือนนี้จนถึงปัจจุบัน การลดลงเป็นเรื่องจริง แม้อาจมีอีกประมาณ ฿1,600 จากออเดอร์ล่าสุดที่ยังไม่ settle

อันดับสาเหตุผลกระทบต่อกำไรโดยประมาณหลักฐาน
1สัดส่วนเปลี่ยนไปยังสินค้า margin ต่ำ−฿12,480สินค้าโปรโมต 2 รายการเพิ่มเป็น 29% ของ GMV แต่มี margin เพียง 7–9%
2ค่าโฆษณาสูงขึ้น−฿7,120Spend เพิ่ม 18% แต่กำไรที่เกิดขึ้นจริงจากโฆษณาไม่โต
3คอมมิชชั่นและ service fee−฿2,940สัดส่วนค่าธรรมเนียมจริงเพิ่ม 0.6 percentage points
4การเปลี่ยนแปลงสินค้าอื่น−฿1,600สินค้าที่เหลือมีการเปลี่ยนแปลงเล็กน้อยทั้งบวกและลบ

COGS coverage คงที่ที่ 94% ต้นทุนที่หายจึงไม่ใช่สาเหตุหลัก ควรเริ่มจากสินค้าโปรโมต 2 รายการ เพราะอธิบายการลดลงได้มากกว่าค่าธรรมเนียมที่เพิ่มขึ้น

รายการตรวจคุณภาพ

  • สาเหตุรวมกันได้ใกล้เคียงการเปลี่ยนแปลงทั้งหมดและเรียงตามผลกระทบ
  • แยกหลักฐานที่ settle แล้วออกจากกิจกรรมล่าสุดที่ยังไม่สมบูรณ์
  • ตรวจ COGS ก่อนสรุปว่ากำไรลดจริง
  • แสดงเฉพาะสินค้าแกนนำ ไม่ dump catalog ทั้งหมด
  • ไม่ตีความว่า GMV คงที่หมายถึงกำไรคงที่

3. หาโฆษณาที่ดูดีแต่ขาดทุน

ใช้เมื่อใด

ใช้เมื่อ ROAS ที่ Marketplace แสดงดูสูงแต่กำไรอ่อน หรือก่อนจัดสรรงบใหม่ Shopee และ TikTok Shop มีเครื่องมือโฆษณาใน curated MCP ส่วน Lazada campaign analysis ยังไม่อยู่ใน surface ที่คัดสรร

Prompt

ตรวจโฆษณา Shopee ของ Bangkok Home Studio ใน 30 วันที่ผ่านมา เรียงแคมเปญ
active จาก True ROAS ที่อ่อนที่สุด เปรียบเทียบ True ROAS กับ ROAS ที่
Marketplace แสดงและ profit-aware floor แล้วจัดแคมเปญสำคัญเป็น ลดงบ คงงบ
หรือพิจารณาเพิ่ม พร้อมอธิบายหลักฐานและห้ามนำการเปลี่ยนแปลงไปใช้

ลำดับเครื่องมือ

ขั้นเครื่องมือหลักฐานที่ได้
1list_shopee_shopsร้านและ region ที่มีสิทธิ์
2get_shopee_ads_performanceแคมเปญ active, spend, attributed GMV, ออเดอร์ และ headline ROAS
3get_shopee_corrected_roasผลที่ปรับการยกเลิกและคืนสินค้าสำหรับแคมเปญต้องสงสัย
4get_shopee_campaign_profit_adjusted_roasProfit-aware ROAS floor ที่บันทึกไว้สำหรับประเมินจุดคุ้มทุน
5get_shopee_target_roas_recommendationsTarget ที่เสนอสำหรับแคมเปญที่เกี่ยวข้องเมื่อมีข้อมูล

สำหรับ TikTok Shop ให้ใช้ get_tiktok_gmv_max_campaigns เจาะ get_tiktok_gmv_max_sessions เฉพาะเมื่อต้องการระดับสินค้า ยืนยันด้วย get_tiktok_campaign_roas แล้วอ่านคำแนะนำงบหรือ target ROAS

คำตอบตัวอย่าง

หนึ่งในสี่แคมเปญสำคัญต่ำกว่า profit-aware floor แต่ Marketplace ROAS ทำให้ดูเหมือนมีประสิทธิภาพ

แคมเปญMarketplace ROASTrue ROASProfit-aware floorการตัดสินใจ
Storage Set Auto5.2×2.1×2.8×ลด / ตรวจสอบ
Linen Search4.1×3.4×2.9×คง
Kitchen Bundle3.8×3.6×2.7×พิจารณาเพิ่มอย่างระมัดระวัง
Brand Terms6.4×5.9×3.1×คง แต่ volume จำกัด

Storage Set Auto มีประสิทธิภาพลดลงหลังรวมการยกเลิก คืนสินค้า ค่าธรรมเนียม และ COGS DataGlass เสนอ target ROAS 3.0× ตอนนี้ยังไม่มีอะไรเปลี่ยน ถ้าต้องการ ผมนำไปใช้ด้วย apply_shopee_target_roas ได้ ซึ่งจะยกระดับเกณฑ์ของค่าโฆษณาจริงทันที และย้อนได้ด้วย revert_shopee_target_roas หรือจะตรวจใน DataGlass ก่อนก็ได้

รายการตรวจคุณภาพ

  • ใช้ True ROAS หรือ profit-adjusted ROAS ตัดสินใจ ไม่ใช่ headline ROAS เพียงอย่างเดียว
  • ระบุช่วงวันที่และตัวกรองแคมเปญ active ชัดเจน
  • พิจารณา spend volume ก่อนเพิ่มงบแคมเปญ ROAS สูง
  • อธิบาย recommendation ว่าเป็นข้อเสนอ จนกว่าเครื่องมือเขียนข้อมูลจะทำงานจริง
  • การเสนอให้นำไปใช้ต้องระบุชื่อเครื่องมือ ผลที่เกิดกับข้อมูลจริง และวิธีย้อนกลับ แล้วรอให้ผู้ใช้ยืนยัน
  • แยก “ลด”, “คง” และ “พิจารณาเพิ่ม” พร้อมเหตุผล

4. แก้สินค้า margin ต่ำด้วยการจำลอง

ใช้เมื่อใด

ใช้เมื่อสินค้าขายได้แต่สร้างกำไรน้อยเกินไป หรือเมื่อต้องการเปรียบเทียบราคา ส่วนลด หรือ COGS ก่อนตัดสินใจ ตัวอย่างนี้ใช้ TikTok Shop และเก็บ product, SKU, campaign, advertiser และ shop ID ที่คืนมาเป็น string ทุกครั้ง

Prompt

หาสินค้า margin ต่ำที่มีผลกระทบมากที่สุดใน Good Day Official บน TikTok Shop
สำหรับ 30 วันที่ผ่านมา ตรวจว่า COGS เป็นค่าที่กรอก อนุมาน หรือหายไป จากนั้น
จำลองขึ้นราคา 5% โดยคงส่วนลด ค่าธรรมเนียม COGS และจำนวนขายเท่าเดิม
เปรียบเทียบกำไรต่อหน่วยและ margin ระหว่างปัจจุบันกับผลจำลอง ระบุสมมติฐาน
และห้ามเปลี่ยน listing

ลำดับเครื่องมือ

ขั้นเครื่องมือหลักฐานที่ได้
1list_tiktok_shopsshopId แบบ string และ region ที่ถูกต้อง
2get_tiktok_financial_overviewMargin ร้าน loss-makers และ COGS coverage
3get_tiktok_product_breakdownsMargin ระดับสินค้าและผลกระทบต่อกำไรรวม
4search แล้ว fetchCanonical product และ TikTok product/SKU binding เมื่อต้องค้น identity
5get_product_costsต้นทุนที่กรอก อนุมาน หรือหายไป
6get_tiktok_product_profitForward unit economics ปัจจุบัน
7simulate_tiktok_profitสถานการณ์ read-only หนึ่งรายการที่ override ราคา 5%

หนึ่ง simulation ควรแทนหนึ่งสถานการณ์ หากผู้ใช้ต้องการเปรียบเทียบราคา ส่วนลด และ COGS ให้รัน simulation แยก 3 รายการพร้อมชื่อกำกับ แทนการรวม override ที่ไม่เกี่ยวข้องไว้ในกรณีเดียว

คำตอบตัวอย่าง

สินค้า: Stackable Pantry Box, SKU PBX-CLEAR-M

เหตุผลที่เลือก: ขาย 1,284 หน่วย แต่มี margin เพียง 6.8% ยอดขายสูงจึงทำให้เป็นความเสี่ยงสินค้า margin ต่ำที่ใหญ่ที่สุด COGS เป็นค่า กรอกจริง อัปเดตล่าสุด 2 กรกฎาคม

Metricปัจจุบันจำลองขึ้นราคา 5%เปลี่ยนแปลง
ราคาขาย฿429.00฿450.45+฿21.45
กำไรต่อหน่วย฿29.17฿48.02+฿18.85
Margin6.8%10.7%+3.9 pp

สมมติฐาน: อัตราส่วนลด ค่าธรรมเนียม Marketplace, COGS, การจัดสรร affiliate/ads และจำนวนขายคงเดิม นี่คือ unit-economics what-if ไม่ใช่ demand forecast และไม่มีการเปลี่ยน listing บน TikTok Shop

รายการตรวจคุณภาพ

  • เลือกสินค้าจากผลกระทบรวม ไม่ใช่ percentage margin ต่ำที่สุดเพียงอย่างเดียว
  • ระบุแหล่งและความใหม่ของ COGS ก่อนให้คำแนะนำ
  • แสดงค่าปัจจุบันและค่าจำลองเทียบกัน
  • เปิดเผยสมมติฐานคงที่ และไม่สื่อว่า volume จริงจะคงเดิม
  • เก็บรหัส Marketplace เป็น string ภายใน แต่แสดงชื่อสินค้าที่เข้าใจง่ายก่อน

5. สร้างแผนเติมสต็อกโดยไม่สั่งซ้ำ

ใช้เมื่อใด

ใช้ใน replenishment review เพื่อตัดสินใจว่า SKU ใดต้องเติม ควรซื้อเท่าใด และ open purchase order ครอบคลุมความต้องการแล้วหรือไม่ เครื่องมือ inventory จำกัด scope ตาม inventory ของผู้ใช้ที่ยืนยันตัวตน ไม่ได้ route ด้วย shop ID ของ Marketplace

Prompt

สร้างแผนเติมสต็อกเร่งด่วน เริ่มจาก inventory alert ที่เปิดอยู่ ใช้จำนวน
reorder แบบ (s,S) และ forecast รายสัปดาห์ แล้วหักจำนวนจาก purchase order
ที่เปิดหรือกำลังเข้า จัดอันดับ SKU ตามความเสี่ยงขาดสต็อก แสดงสต็อกปัจจุบัน
จำนวนกำลังเข้า จำนวนใหม่ที่แนะนำ และหลักฐาน ห้ามสร้าง purchase order

ลำดับเครื่องมือ

ขั้นเครื่องมือหลักฐานที่ได้
1get_inventory_alertsOpen reorder-point alerts โดยแยกประวัติ resolved
2get_reorder_planReorder threshold และ target quantity ที่คำนวณตาม canonical variant
3get_inventory_forecastDemand รายสัปดาห์หรือรายเดือนที่คาดใน planning horizon
4get_demand_chartรูปแบบในอดีตและบริบท forecast เมื่อคำแนะนำผิดปกติ
5get_open_purchase_ordersจำนวน open และ inbound ที่ต้องหักเพื่อไม่สั่งซ้ำ

คำตอบตัวอย่าง

มี 3 SKU ที่ต้องดำเนินการตอนนี้ อีกหนึ่ง alert มีสต็อกเข้าครอบคลุมแล้ว จึงไม่ควรสร้างออเดอร์ใหม่

ลำดับSKUมีอยู่กำลังเข้าสั่งเพิ่มหลักฐาน
1ORG-WHT-L420180Cover 2.1 สัปดาห์; supplier lead time 5 สัปดาห์; demand โต 12%
2LIN-BGE-Q182575ต่ำกว่า reorder point หลัง demand ที่คาด 3 สัปดาห์
3PBX-CLR-M6112040Plan แนะนำ 160 แล้วลดด้วยสต็อกเข้า 120 หน่วยที่ยืนยันแล้ว
RACK-BLK352000Inbound order ครอบคลุมจำนวนที่ขาดทั้งหมด ให้ติดตามเท่านั้น

ควรยืนยัน supplier lead time ของ ORG-WHT-L ก่อน ตัวเชื่อมต่อนี้ไม่ได้สร้างหรือแก้ purchase order

รายการตรวจคุณภาพ

  • แยก open alert ออกจากประวัติ acknowledged, dismissed หรือ resolved
  • ไม่คัดลอกจำนวนจาก reorder plan โดยไม่คิด แต่รวม inbound units แล้ว
  • ใช้ forecast และ lead time อธิบายความเร่งด่วน
  • แสดงการตัดสินใจสั่งศูนย์เมื่อสต็อกเข้าพอ
  • ระบุว่าการซื้อยังเป็นการดำเนินการของผู้ใช้นอก MCP

6. กระทบยอด payout ของ Marketplace

ใช้เมื่อใด

ใช้เมื่อยอดฝากเงินจริงหรือยอดใน settlement report ต่างจากที่คาด Payout เป็นคำถามเรื่อง cash settlement ไม่ใช่ profitability ต้องใช้วันที่ payout หรือ settlement และเครื่องมือ payout ของแพลตฟอร์มเสมอ

Prompt

กระทบยอด Shopee payout ของ Bangkok Home Studio ระหว่าง 1–15 กรกฎาคม แสดง
payout ที่คาด ยอดที่ Shopee รายงาน ผลต่างที่แน่นอน และยอด paid เทียบ pending
ระบุออเดอร์หรือ adjustment line ที่อธิบาย mismatch ใช้วันที่ payout แสดง THB
และห้ามใช้กำไรที่เกิดขึ้นจริงแทน

ลำดับเครื่องมือ

ขั้นเครื่องมือหลักฐานที่ได้
1list_shopee_shopsShop ID, region และ timezone ที่มีสิทธิ์
2get_shopee_payoutExpected escrow, ยอดที่ Marketplace รายงาน reconciliation delta, status และ order line สำหรับ inclusive payout dates
3get_orderรายละเอียด normalized order เสริมสำหรับรายการสำคัญหนึ่งรายการจากผล payout

สำหรับ TikTok Shop, get_tiktok_payout เปรียบเทียบ expected กับ bank-settlement statement ส่วน get_lazada_payout คืน net finance-statement settlement แยก paid/pending และไม่มีโครงสร้าง expected-versus-reported แบบเดียวกับ Shopee และ TikTok

คำตอบตัวอย่าง

สำหรับ payout dates 1–15 กรกฎาคม payout ที่คาดคือ ฿84,620.00 และ Shopee รายงาน ฿83,336.00 มีผลต่าง −฿1,284.00

  • Paid: ฿80,910.00
  • Pending: ฿2,426.00
  • รายการปรับปรุงที่อธิบายผลต่าง: return fee −฿720, shipping adjustment −฿404, commission correction −฿160
  • ส่วนที่ยังอธิบายไม่ได้: ฿0.00

รายการปรับปรุง 3 รายการอธิบายผลต่างได้ทั้งหมด จึงไม่มี reconciliation balance ที่ค้างอยู่ ไม่ควรเปรียบเทียบ payout นี้กับกำไรที่เกิดขึ้นจริงในวันเดียวกันโดยตรง เพราะ settlement timing และนิยาม metric ต่างกัน

รายการตรวจคุณภาพ

  • ระบุชัดว่าใช้วันที่ payout หรือ settlement ไม่ใช่ order date
  • ไม่ปน expected, reported, paid, pending และ delta เข้าด้วยกัน
  • Adjustment line รวมกันตรงกับ delta โดยศูนย์หมายถึงตรงกันพอดี
  • ใช้สกุลเงินท้องถิ่นและทศนิยมเมื่อการกระทบยอดต้องการความแม่นยำ
  • ไม่ใช้เครื่องมือกำไรแทนหลักฐาน settlement

ปรับตัวอย่างไปใช้กับคำถามของคุณ

แทนชื่อร้าน Marketplace สินค้า และช่วงตัวอย่างด้วยการตัดสินใจของคุณ แต่ควรเก็บคำสั่งเชิงโครงสร้างที่ช่วยเพิ่มคุณภาพคำตอบ:

  • กำหนด comparison baseline;
  • ขอให้จัดอันดับสาเหตุหรือการตัดสินใจแทน raw export;
  • บังคับให้ระบุวันที่ สกุลเงิน และความมั่นใจของ COGS;
  • ให้ผู้ช่วยหยุดเมื่อหลักฐานรองรับข้อสรุปแล้ว;
  • อธิบาย recommendation และ simulation ว่าเป็นข้อเสนอจนกว่าเครื่องมือเขียนข้อมูลจะทำงานจริง และกำหนดให้ผู้ช่วยระบุชื่อเครื่องมือ ผลที่เกิดกับข้อมูลจริง และวิธีย้อนกลับ ก่อนเสนอให้ลงมือ

ดูคำถามเริ่มต้นเพิ่มเติมใน คลัง prompt และดู input กับข้อจำกัดการ route ที่ รายการเครื่องมือ MCP