เทียบไม่จัดแคมเปญ

Shopee
วัดยอดขายที่แคมเปญเพิ่มขึ้นจริง โดยเทียบกับช่วงเงียบที่ไม่มีแคมเปญ

การจัดแคมเปญมักจะทำให้ยอดขาย ดูดี ขึ้นเสมอ แต่ความจริงแล้วยอดขายที่เกิดขึ้นจริงเป็นผลลัพธ์ที่แคมเปญเป็นตัว กระตุ้นให้เกิด ขึ้นมาเท่าไหร่ เมื่อเปรียบเทียบกับยอดขายปกติที่คุณน่าจะได้อยู่แล้ว? เครื่องมือ เทียบไม่จัดแคมเปญ (Counterfactual history) ออกแบบมาเพื่อหาคำตอบในข้อนี้ โดยคุณสามารถเลือกกำหนดช่วงเวลาปกติที่เงียบสงบ (ช่วงที่ไม่มีแคมเปญและไม่มีโปรโมชันลดราคาใด ๆ) มาเป็นเกณฑ์เปรียบเทียบหรือ baseline จากนั้นตัวจำลองจะใช้ช่วงเวลาดังกล่าวเพื่อแยกแรงส่งของแคมเปญ (campaign lift) ที่เกิดขึ้นจริงออกจากยอดขายปกติในแต่ละวัน ซึ่งฟังก์ชันนี้จะทำหน้าที่ป้อนข้อมูลให้กับการคาดการณ์ในโหมด โมเดลช่วงแคมเปญ

เทียบไม่จัดแคมเปญ — เปรียบเทียบผลลัพธ์กับช่วง baseline ยอดขายปกติที่ไม่มีการจัดแคมเปญเทียบไม่จัดแคมเปญ — เปรียบเทียบผลลัพธ์กับช่วง baseline ยอดขายปกติที่ไม่มีการจัดแคมเปญ

วิธีการตั้งค่า baseline

  1. เปิดการทำงานตัวเลือก เทียบไม่จัดแคมเปญ (Compare vs no campaign)
  2. เลือก ช่วงเวลา baseline (Baseline window) โดยระบบ DataGlass จะแนะนำช่วงเวลาปกติที่ไม่มีกิจกรรมใด ๆ มาให้ (แต่ละช่วงจะแสดงข้อมูล จากวันที่ – ถึงวันที่ · จำนวนวันปกติ N วัน) ซึ่งจะทำการยกเว้นวันจัดโปรโมชันยอดนิยมของ Shopee ให้อัตโนมัติ (เช่น วัน Double-day, วันกลางเดือน 13–16 และวันเงินเดือนออก 23–27)
  3. หรือหากต้องการกำหนดเอง ให้เลือกตัวเลือก กำหนดช่วงเอง… (Custom range…) แล้วเลือกช่วงวันที่ตามต้องการ

เมื่อเริ่มจำลองการคาดการณ์โดยเชื่อมต่อกับค่า baseline แล้ว จะปรากฏป้าย chip สีเขียวข้อความ เทียบไม่จัดแคมเปญ (Counterfactual on) และในสินค้าแต่ละแถวจะแสดงข้อมูล "+N เทียบไม่จัดแคมเปญ" ซึ่งหมายถึงจำนวนสินค้าพิเศษที่ถูกกระตุ้นเพิ่มขึ้นมาจากการจัดแคมเปญนี้

ควบคุม baseline ให้มีความถูกต้อง (สะอาด)

หัวใจสำคัญของการตั้ง baseline คือต้องมั่นใจว่าไม่มีกิจกรรมใด ๆ มาช่วยกระตุ้นยอดขายในช่วงเวลานั้น หากช่วงเวลาที่คุณเลือกไปคาบเกี่ยวกับวันเซลหรือแคมเปญอื่น ๆ ระบบจะแจ้งเตือนข้อความ "ช่วงเวลา baseline คาบเกี่ยวกับแคมเปญอื่น" (Baseline overlaps a campaign) ซึ่งจะทำให้ค่าแรงส่งยอดขาย (lift) ที่วัดได้ต่ำกว่าความเป็นจริง ดังนั้นโปรดเลือกช่วงเวลาที่ไม่มีแคมเปญจริง ๆ หรือเลือกใช้ตามช่วงแนะนำของระบบ

ฟังก์ชันนี้มีประโยชน์อย่างยิ่งเมื่อคุณต้องการความสมเหตุสมผลหรือต้องการ พิสูจน์ผลลัพธ์ ของแคมเปญ — เช่น "แคมเปญนี้ช่วยผลักดันยอดขายเพิ่มขึ้นได้อีก N ชิ้น ซึ่งหากไม่จัดแคมเปญก็จะไม่มีทางขายได้" มากกว่าการดูตัวเลขยอดรวมคาดการณ์เพียงอย่างเดียว ทั้งนี้หากต้องการเพียงตรวจเช็คผลกำไรแบบคร่าว ๆ ก็ไม่จำเป็นต้องตั้งค่าในส่วนนี้