margin ของคุณรวมอะไรบ้าง
margin คือ สิ่งที่คุณเหลือต่อชิ้นหลังหักค่าธรรมเนียมมาร์เก็ตเพลส ต้นทุนของคุณ ค่าโฆษณา และการคืนของ นี่คือคำนิยามทั้งหมด และไม่เปลี่ยนไปตามสินค้าแต่ละชิ้น
สิ่งที่เปลี่ยนคือ เราวัดส่วนไหนของมันได้แล้วบ้าง
ส่วนที่วัดได้
รายการหักส่วนใหญ่ถูกกำหนดด้วยกฎตายตัว ค่าคอมมิชชั่น ค่าธรรมเนียมธุรกรรมและบริการ ค่าธรรมเนียมแคมเปญ ค่าส่ง VAT และต้นทุนสินค้าของคุณ ทั้งหมดนี้รู้ได้ทันทีที่รู้ราคา และเท่ากันทั้งในออเดอร์แรกและออเดอร์ที่พัน
แต่มีสี่อย่างที่ไม่เป็นแบบนั้น ค่าโฆษณา, ค่าโฆษณาร่วม (CPAS), การคืนของและสินค้าเสียหาย และ ค่าส่งขากลับของการคืนสินค้า ทั้งสี่นี้ วัด จากออเดอร์ที่สินค้านั้นชำระเงินจริงแล้ว มันเป็นต้นทุนจริง แต่คุณจะรู้ค่าของมันได้ก็ต่อเมื่อขายไปแล้วเท่านั้น
ดังนั้นในสินค้าที่แทบไม่มีประวัติการขาย ทั้งสี่ค่านี้ยังไม่มีตัวเลขที่ซื่อตรงรองรับ
- คืนของ 1 ครั้งจาก 4 ออเดอร์ อ่านออกมาเป็นอัตราคืนของ 25% และกลบ margin จนหมด
- แคมเปญทดลองสัปดาห์เดียว อ่านออกมาเป็นต้นทุนถาวรของการขายสินค้าชิ้นนั้น
แทนที่จะแสดง margin ที่สร้างจากตัวเลขแบบนั้น DataGlass จะยังไม่รวมทั้งสี่ค่านี้ จนกว่าสินค้าจะมีออเดอร์มากพอที่จะวัดได้
กฎที่ใช้
คิดเป็นรายสินค้า จากจำนวนออเดอร์ที่ชำระเงินแล้ว
- น้อยกว่า 15 ออเดอร์ → ยังไม่รวม ค่าโฆษณาและการคืนของ
- ตั้งแต่ 15 ออเดอร์ขึ้นไป → รวม ค่าโฆษณาและการคืนของ
จำนวนนี้นับรวมทั้งรายการสินค้า ครอบทุกตัวเลือกของสินค้านั้น แถวที่ยังไม่ถึงเกณฑ์จะมีเครื่องหมายกำกับไว้ทั้งในชีตและในหน้าเลือกสินค้า คุณจึงเห็นได้เสมอว่าแถวไหนเป็นแบบไหน
ไม่มีการตั้งค่าให้เปลี่ยน เมื่อสินค้าขายไปเรื่อย ๆ มันจะข้ามเส้นนี้ไปเอง และ margin ของมันจะเริ่มแบกต้นทุนค่าโฆษณาและการคืนของตั้งแต่นั้น
ทำไมราคาไม่ใช่เครื่องมือสำหรับสี่ค่านี้อยู่ดี
ถึงจะวัดได้แล้ว ค่าโฆษณาและการคืนของก็ยังเป็นเหตุผลที่ไม่ดีในการขยับราคาตั้ง
- ราคาอยู่ยาว แต่แคมเปญไม่ ถ้าคุณฝังค่าโฆษณาของเดือนนี้ลงในราคาตั้ง คุณจะเก็บเงินก้อนนั้นจากลูกค้าต่อไปอีกนานหลังแคมเปญจบไปแล้ว
- ทั้งสองเรื่องมีเครื่องมือของตัวเองอยู่แล้ว — optimization group สำหรับค่าโฆษณา และการจัดการคืนของสำหรับที่เหลือ
สิ่งที่ได้จากการรวมทั้งสี่ค่าเข้ามาคือ ภาพที่ตรงความจริง ไม่ใช่คำสั่งให้ตั้งราคาใหม่
อ่านส่วนต่าง
ส่วนต่างระหว่าง margin ก่อนหักสี่ค่านี้ กับหลังหักแล้ว คือสิ่งที่ค่าโฆษณาและการคืนของกินไปต่อชิ้นในสินค้านั้น
- ก่อนหักดี แต่หลังหักแย่ — ราคาไม่ได้มีปัญหา แต่เงินโฆษณาที่ลงไปยังไม่คุ้ม แก้ที่โฆษณา ไม่ใช่ที่ราคา
- ก่อนหักก็แย่แล้ว — ต่อให้จูนโฆษณาแค่ไหนก็ไม่รอด ต้องเปลี่ยนที่ราคา ต้นทุน หรือตัวสินค้าเอง
- ส่วนต่างกว้างในสินค้าขายดี เป็นเรื่องปกติ แต่ส่วนต่างกว้างในสินค้าที่คุณแทบไม่ได้ยิงโฆษณา มักแปลว่าเป็นการคืนของ
ชื่อสองชื่อ
ในหน้าโครงสร้างต้นทุนและกำไร ของสินค้า ทั้งสองค่าแสดงพร้อมกันบนจอ และมีชื่อเรียกของมัน
- Ideal Margin — ก่อนหักค่าโฆษณาและการคืนของ คำว่า ideal ตรงนี้แปลว่า ไม่รวมสี่ค่านั้น ไม่ได้แปลว่า เป้าหมายที่ควรไปให้ถึง
- Realized Margin — ตัวเลขเดียวกันที่รวมทั้งสี่ค่าเข้าไปแล้ว
ปุ่ม ไม่รวมค่าโฆษณาและการคืนของใน margin สลับทั้งตารางระหว่างสองค่านี้ ไม่ว่าสินค้าจะมีออเดอร์เท่าไรก็ตาม ส่วน Price Edit ไม่มีปุ่มนั้น แต่ทำตามกฎด้านบน